อย่างนี้น่ะ....ใช่การ"ยิ้ม"รึเปล่า?......
posted on 10 Mar 2007 23:15 by deviruchi13 in Diary"เครียดเหรอ?"
"เหนื่อยใจรึไง?"
"งั้นลอง"ยิ้ม"ดูสิ"
"ยิ้มแล้วจะได้มีกำลังใจสู้ไง"
"จะได้ไม่ต้องเป็นแบบนี้อีก"
....."ยิ้ม"...เรอะ?
คนกำลังเครียด.....
ยังจะให้ทำอะไรโง่ๆอีก....
"เอาเหอะน่า..."
"แค่แปปเดียวก็ยังดี"
"เผื่ออะไรๆมันจะดีขึ้น"
...งั้น"ยิ้ม"มันเป็นยังไงล่ะ?
ชั้น......คงจะลืมวิธี"ยิ้ม"ไปแล้ว....
"ยิ้ม"มันเป็นยังไงกันนะ
"ยิ้ม"แล้วมันจะดีขึ้นเหรอ
"ยิ้ม"แล้วมันจะช่วยแก้ปัญหาได้รึไง
บอกให้เข้าใจหน่อยสิ....
ขอร้องล่ะ...
............................
.........................
....................
...............
.........
....
..
นี่.......
.
แล้วอย่างนี้น่ะ....
.
.
.
ใช่การ"ยิ้ม"รึเปล่า?......
.
.
.
.

ฮะฮะ......
คงไม่ใช่สินะ...
ท่าทาง.....
....ชั้นคงจะลืมไปแล้วจริงๆนั่นแหล่ะ....
..................................
...........................
.................
......
.
*****************************************
ต้องขอโทษด้วย....
.....ถ้าหากภาพที่เราวาดภาพนี้...
จะทำให้ทุกๆคนกลัว...
..แต่
....นี่เป็นภาพแรก.....
ในชีวิต
..ที่แม้แต่คนที่"วาด"มันขึ้นมา
..อย่างชั้น..
...ก็ยังกลัว...
*****************************************
ขอขอบคุณทุกๆคน
ที่เป็นห่วงและเป็นกำลังใจให้ในเอ็นทรี่ที่แล้ว
เราซึ้งใจมากๆ
ถึงเราจะยังไม่หายก็เถอะ....
...ในเอ็นทรี่ที่แล้ว...
....เราไม่ได้บอกไปว่าเรามีปัญหาอะไร
....เพราะเราไม่อยากให้คนที่อ่านต้องมาพลอยเครียดไปด้วย
มันดูเห็นแก่ตัวที่จะไปบอกเล่าปัญหาของเราเองให้คนอื่น
เราจึงได้แต่ระบายเป็นความ"นึกคิด"ในตอนนั้นเท่านั้น
แต่เอ็นทรี่นี้....
...เราจะระบายปัญหาที่เกิดและความนึกคิด...
..ที่ทำให้เราเป็นแบบนี้..
...ลงไปทั้งหมด...
..เพราะฉะนั้น..
...ถ้าไม่อยากจะรับรู้ว่าเราเป็นอะไร....
...หรือคิดว่าเราบ้าไปแล้ว...
...ก็ปิดไปเลยเหอะ...
*****************************************
เรื่องแรก.....
...เรื่องเรียน...
ใครที่พอรู้เรื่องของเราหน่อย
ก็จะรู้ว่าเราอยู่ม.3...
...จะขึ้นม.4..
...เป็นเรื่องธรรมดาของคนที่อยู่ในช่วงรอยต่อระหว่างม.ต้นกับม.ปลายจะเครียด..
...เพราะไม่รู้ว่าจะเอายังไงกับอนาคต...
ถามว่าเราไม่รู้จะเลือกสายไหนเหรอ
เปล่า..เลือกไปแล้ว ที่แน่ๆคือวิทย์คณิต...
ถามว่า แล้วตกลงนี่ถูกบังคับให้เลือกเหรอ
.....ความจริงแล้วเราก็ไม่ได้ถูกบังคับอะไรหรอก..
...เราไม่ได้ชอบสายศิลป์แม้แต่น้อย..
...เราไม่ชอบภาษา เพราะไม่ค่อยจะรู้เรื่องเท่าไหร่...
...แต่เราก็ไม่ได้ชอบเลขหรือวิทย์เหมือนกัน...
เราไม่ชอบเลข...ตรงที่ว่าต้องมานั่งคิดแก้ปัญหากับมัน..แล้วเราก็รู้สึกว่ามันชักจะยากเกินสมองเราไปเรื่อยๆ..
เราไม่ชอบวิทย์เพราะนับวันวิชานี้ยิ่งจะยากขึ้นและไม่รู้เรื่อง...ทั้งฟิสิกส์และเคมีเลย...
ถามว่างั้นที่เรียนไปนี่ไม่มีสิ่งที่ชอบเลยเหรอ
...เปล่า..มันมีอยู่...
...ชีวะไง...
...ไอ้นี่คือฟางเส้นสุดท้ายจริงๆ...
...ที่ทำให้เราเลือกสายนี้...
ถามว่าแล้วผลการเรียนไม่ถึงพอให้เรียนสายนี้เหรอ
...เปล่า...ถึงอยู่แล้ว...
....เกรดเฉลี่ยห้าวิชาหลักของชั้น...
..อยู่ที่3.96..
เข้าสายนี้ได้สบายๆเลยล่ะ...
...แทบไม่ต้องพยายามอะไรเลย
ถามว่างั้นเครียดทำไมไม่เห็นจะมีอะไรต้องเครียดเลยนี่
...เครียดสิ..
....รู้มั้ยว่าห้องคิงอีกห้องกับเพื่อนๆน่ะได้เกรดเฉลี่ย5วิชาเท่าไหร่กัน..
...มีคนได้เกรดเฉลี่ย5วิชา 4.00 ร่วม70คนเชียวนะ...
....มันมากเกินไปจริงๆนะเนี่ย...
..คนพวกนั้นน่ะจะอยู่ห้องคิงม.4ได้หมดรึเปล่ายังไม่รู้เลย..
....แล้ว3.96อย่างเราล่ะ..
..คงไม่มีหวังได้อยู่ห้องคิงอีกต่อไปแล้ว..
....ไม่ไปอยู่ห้องควีนก็ห้องคละนั่นแหล่ะ..
..บ้าที่สุด..
ถามว่าอยู่ห้องควีนก็ไม่เห็นเป็นไรเลยงั้นเหรอ
..เป็นสิ..
บางคนอาจจะไม่เข้าใจ...
...การที่ถูกผลักจากที่เดิมที่เคยอยู่..
..กลิ้งมาอยู่ที่ใหม่ในระดับต่ำกว่าเดิมน่ะ...
...มันเจ็บปวดขนาดไหน....
ถามว่าถ้าไม่อยากอยู่ก็ไปสอบเข้าที่อื่นสิ
....เหอะ...
...สอบเข้าที่อื่นเรอะ...
...ที่ไหนล่ะ..
..เตรียมอุดมรึไง..
...ไม่มีทาง
แทบไม่ต้องคิดอะไรมากเลย...
...ไงๆก็เข้าไม่ได้หรอก...
...มันเกินจะเอื้อมจริงๆนั่นแหล่ะ
ถามว่าถ้าไม่ลองพยายามแล้วจะทำได้เหรอ
..ไม่พยายามรึ....ก็คงงั้น
...ชั้นไม่คิดจะพยายามตั้งแต่ต้นแล้ว...
..ถ้าพยายามแล้วมันไม่มีประโยชน์อะไรขึ้นมาน่ะ...
....มันก็สูญเปล่าทั้งหมดนั่นแหล่ะ..
...ถึงชั้นจะตัดสินใจไม่พยายามอีกต่อไปแล้ว
แต่เพื่อนคนอื่นๆเค้าพยายาม..
มีความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะสอบ....
...ตั้งใจเพื่ออนาคตที่ดี..
..ถึงขนาดเรียนพิเศษตั้งแต่เช้าจนเย็น
...ทำแบบฝึกหัดมากมายหลายเล่มเพื่อการนี้
มันเลยชวนให้คิดว่า..
....นี่เราจะไม่ทำอะไรเลยรึ
คนอื่นเค้าทำ
แต่ทำไมเราไม่ทำ
...ความรู้สึกมันตีกัน..
..หนึ่งคือความพยายามของเพื่อนที่ส่งผลกระทบต่อความนึกคิดถึงและสับสนแก่ตัวเอง
และสองคือการรู้ในสิ่งที่เป็นของตัวเอง การรู้ว่าเราเก่งแค่ไหนและไปไหวมั้ย
เรารู้ว่าเราไม่ได้ไม่พยายาม
..แต่รู้ว่าถึงพยายามแล้วก็คงทำไม่ได้
เราไม่ได้ประเมินตัวเองต่ำไปหรอก
เราดูจากความเป็นจริง
ในสิ่งที่เป็น
*****************************************
...เรื่องที่2...
....ทะเลาะกับเพื่อน..
ในวันเข้าค่ายสุดท้าย....
...ของม.3
แย่ชะมัด....
เรื่องมันเกิดได้ไง...
...เริ่มจากตรงไหน.....ทำไมถึงมาทะเลาะกันได้...
.....เรายังไม่รู้เลย...
อาจจะดูโง่ๆ....
....แต่เราไม่รู้จริงๆ
ตอนที่รู้ว่าทะเลาะกันนี่ก็เพราะ...
...เค้าเมินเรา...
...ทำท่าไม่สนใจไม่ได้ใส่ใจเรา...
...ทำให้เรารู้สึกโดดเดี่ยว...
...แต่ตามหลักนิสัยของเรา
เค้าเมินเรา เราก็เมินเค้า
ถ้าหาเรื่องมาเราก็หาเรื่องตอบ
นี่คือนิสัยของชั้น
...เพราะงั้น
หลายๆคนก็จะรู้สึกได้...
...ถึงความมาคุและบรรยากาศที่ไม่เหมือนเดิม
ต่างคนต่างเงียบต่างคนต่างทำเหมือนไม่เคยยุ่งเกี่ยวกัน
...เป็นการทะเลาะกันที่แปลกพิลึก..
ทั้งนี้ทั้งนั้น
วันที่ไปค่าย.....
มันมีการแสดงtalent show
คือแต่ละห้อง...
....จะต้องเตรียมการแสดง..
แล้วแสดงในค่ายนี้
ซึ่ง.....
...ห้องเรานั้น..
....ไม่ได้ใส่ใจจะเตรียมอะไรๆตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
เลยมาเตรียมเอาวันสุดท้าย
ทั้งๆที่มันเป็นค่ายสุดท้ายแท้ๆ...
ยังไงซะมันก็สมเป็นห้องเราจริงๆนั่นแหล่ะ...
...แต่...
การแสดงของห้องอื่นๆ...
...รวมทั้งน้องๆม.1 ม.2
มัน..ดีเหลือจะกล่าว...
...ยิ่งเห็นห้องอื่นๆแสดงไปมากเท่าไหร่...
..ก็ยิ่งอายมากเท่านั้น..
...ทุกๆห้อง เค้าตั้งใจมาก...
....ทั้งตั้งใจและออกมาดี...
...ต่างจากเราเหลือเกิน...
ยิ่งคิดยิ่งเครียด....
...เรามันเป็นคนเครียดง่ายมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว
..แล้วเราก็ต้องแสดงด้วย..
...ไม่ต้องคิดให้เหนื่อยว่าการแสดงที่ตั้งใจเตรียมมาอย่างดี
กับการแสดงที่เพิ่งมาทำเอาวันสุดท้าย...
...อย่างไหนมันจะออกมาดีกว่ากัน...
..ตอนที่จะแสดงนั่นน่ะ
เหมือนความเครียดทั้งหมดมันถาโถม.....
...ความเครียดทุกเรื่องที่กล่าวมา....
...เข้ามาอยู่ในหัวทั้งหมด....
..ตอนนั้น
เราทนไม่ได้แล้ว...
..เราร้องไห้ออกมาเลย..
..ไม่พยายามกลั้นหรืออะไรทั้งสิ้นอีกต่อไปแล้ว.....
....ร้องจนลืมรอบข้างไปเลย....
จนทุกคนตกใจว่าทำไมเราถึงเป็นแบบนี้
ก็เลยให้เราพัก...ไม่ต้องฝืนแสดงอีก
..แล้วหาเพื่อนคนอื่นมาแทน....
หลังจากที่การแสดงของทุกห้องจบ...
นักเรียนทุกคนจะต้องไปรับของว่าง
ตอนที่เราเอาของว่างมาแล้วแบ่งกับเพื่อนกิน
เพื่อนที่ยังทะเลาะกันอยู่...
....ก็พูดอะไรบางอย่างออกมา....
....เค้าไม่ได้เห็นตอนที่เราร้องไห้
คำพูดของเค้า....
....แทบทำให้เราร้องไห้ออกมาอีกรอบ
แต่คราวนี้ยังดีที่อดทนเอาไว้ได้....
...พูดเหมือนกับว่า
ทำไมกัน? กะอีแค่แสดงละครแค่นี้ เครียดอะไรนักหนา..คนอื่นเค้าไม่เห็นเป็นกันเลย
ไม่รู้เหมือนกันว่า....
...สมองในตอนนั้น
คิดเป็นแต่ในแง่ร้ายอย่างเดียวรึไงมิทราบ...
หรือรู้สึกแย่จนไม่รู้จะรู้สึกยังไงแล้ว...
...เราวิเคราะห์คำพูดที่เพื่อนพูดนั้น...
ได้ใจความเหมือนด่ากันแรงๆ
.
.
.
ว่า "สำออย"....
.
.
.
จบกัน
หมดความรู้สึกที่อยากคืนดีแล้ว....
ปล่อยไว้เป็นแบบนี้.....
..ท่าจะดีกว่า....
.
.
หลังจากนั้น....
ก็เกือบวันเต็มๆ
ที่ยังเมินกันอยู่
ตอนที่ขึ้นรถ....
จะกลับกรุงเทพ.....
..รู้สึกเหมือนต่างคน..
..ต่างจะรู้ว่า..
จะโกรธกันเพื่ออะไร?
ทะเลาะกันไปทำไม?
จากนั้นก็ค่อยๆ..
ทำตัวเหมือนเดิม......
...อย่างที่เคยเป็น
เสมอมา....
.
จากตอนนั้น.....ในความคิดของเรา..
ก็คงจะคืนดีกันแล้ว....
...แต่เรายังรู้สึกแย่...
...แย่ตรงที่ว่าจนป่านนี้
...เรายังไม่รู้เลยว่า
ไปทำอะไรให้เค้าโกรธ...
เรารู้สึกเหมือนกับว่าเรามันเลวร้ายมาก....
...ที่ไม่เคยเข้าใจอะไรๆเลย...
ในความรู้สึกของเพื่อน...
จนทำให้เพื่อนเสียใจ
ชั้น...
คงจะเลวมาก...
..สินะ....
.
.
ค่ายสุดท้ายแท้ๆนะเนี่ย..
ต้องขอโทษด้วยจริงๆ....
*****************************************
ขอบคุณทุกๆคน...
...ที่ทนอ่านจนจบ...
แล้วก็...
ขอบคุณทุกความห่วงใยในเอ็นทรี่ที่แล้ว..
และขอโทษด้วย...
ที่ความห่วงใยและกำลังใจอัน"มีค่า"เหล่านั้น
กลับช่วยอะไรๆคน"ไร้คุณค่า"อย่างชั้น....
...ไม่ได้เลย...
*****************************************


เราว่าแกลองไปคุยก่าเป้จิงๆเหอะแร้วแกจาได้คำตอบเอง เรียนจบแต่มิตรภาพจะจบ??
ปล.สู้ๆนะคะ หายโดยเร็ววัน
ปล2.ถ้าหนูพูดผิดอะไรไปต้องขอโทดด้วยค่ะ
#1 By โอโคะจัง on 2007-03-11 17:17