"เครียดเหรอ?"

"เหนื่อยใจรึไง?"

"งั้นลอง"ยิ้ม"ดูสิ"

"ยิ้มแล้วจะได้มีกำลังใจสู้ไง"

"จะได้ไม่ต้องเป็นแบบนี้อีก"

....."ยิ้ม"...เรอะ?

คนกำลังเครียด.....

ยังจะให้ทำอะไรโง่ๆอีก....

"เอาเหอะน่า..."

"แค่แปปเดียวก็ยังดี"

"เผื่ออะไรๆมันจะดีขึ้น"

...งั้น"ยิ้ม"มันเป็นยังไงล่ะ?

ชั้น......คงจะลืมวิธี"ยิ้ม"ไปแล้ว....

"ยิ้ม"มันเป็นยังไงกันนะ

"ยิ้ม"แล้วมันจะดีขึ้นเหรอ

"ยิ้ม"แล้วมันจะช่วยแก้ปัญหาได้รึไง

บอกให้เข้าใจหน่อยสิ....

ขอร้องล่ะ...

............................

.........................

....................

...............

.........

....

..

นี่.......

.

แล้วอย่างนี้น่ะ....

.

.

.

ใช่การ"ยิ้ม"รึเปล่า?......

.

.

.

.

ฮะฮะ......

คงไม่ใช่สินะ...

ท่าทาง.....

....ชั้นคงจะลืมไปแล้วจริงๆนั่นแหล่ะ....

..................................

...........................

.................

......

.

*****************************************

ต้องขอโทษด้วย....

.....ถ้าหากภาพที่เราวาดภาพนี้...

จะทำให้ทุกๆคนกลัว...

..แต่

....นี่เป็นภาพแรก.....

ในชีวิต

..ที่แม้แต่คนที่"วาด"มันขึ้นมา

..อย่างชั้น..

...ก็ยังกลัว...

*****************************************

ขอขอบคุณทุกๆคน

ที่เป็นห่วงและเป็นกำลังใจให้ในเอ็นทรี่ที่แล้ว

เราซึ้งใจมากๆ

ถึงเราจะยังไม่หายก็เถอะ....

...ในเอ็นทรี่ที่แล้ว...

....เราไม่ได้บอกไปว่าเรามีปัญหาอะไร

....เพราะเราไม่อยากให้คนที่อ่านต้องมาพลอยเครียดไปด้วย

มันดูเห็นแก่ตัวที่จะไปบอกเล่าปัญหาของเราเองให้คนอื่น

เราจึงได้แต่ระบายเป็นความ"นึกคิด"ในตอนนั้นเท่านั้น

แต่เอ็นทรี่นี้....

...เราจะระบายปัญหาที่เกิดและความนึกคิด...

..ที่ทำให้เราเป็นแบบนี้..

...ลงไปทั้งหมด...

..เพราะฉะนั้น..

...ถ้าไม่อยากจะรับรู้ว่าเราเป็นอะไร....

...หรือคิดว่าเราบ้าไปแล้ว...

...ก็ปิดไปเลยเหอะ...

*****************************************

เรื่องแรก.....

...เรื่องเรียน...

ใครที่พอรู้เรื่องของเราหน่อย

ก็จะรู้ว่าเราอยู่ม.3...

...จะขึ้นม.4..

...เป็นเรื่องธรรมดาของคนที่อยู่ในช่วงรอยต่อระหว่างม.ต้นกับม.ปลายจะเครียด..

...เพราะไม่รู้ว่าจะเอายังไงกับอนาคต...

ถามว่าเราไม่รู้จะเลือกสายไหนเหรอ

เปล่า..เลือกไปแล้ว ที่แน่ๆคือวิทย์คณิต...

ถามว่า แล้วตกลงนี่ถูกบังคับให้เลือกเหรอ

.....ความจริงแล้วเราก็ไม่ได้ถูกบังคับอะไรหรอก..

...เราไม่ได้ชอบสายศิลป์แม้แต่น้อย..

...เราไม่ชอบภาษา เพราะไม่ค่อยจะรู้เรื่องเท่าไหร่...

...แต่เราก็ไม่ได้ชอบเลขหรือวิทย์เหมือนกัน...

เราไม่ชอบเลข...ตรงที่ว่าต้องมานั่งคิดแก้ปัญหากับมัน..แล้วเราก็รู้สึกว่ามันชักจะยากเกินสมองเราไปเรื่อยๆ..

เราไม่ชอบวิทย์เพราะนับวันวิชานี้ยิ่งจะยากขึ้นและไม่รู้เรื่อง...ทั้งฟิสิกส์และเคมีเลย...

ถามว่างั้นที่เรียนไปนี่ไม่มีสิ่งที่ชอบเลยเหรอ

...เปล่า..มันมีอยู่...

...ชีวะไง...

...ไอ้นี่คือฟางเส้นสุดท้ายจริงๆ...

...ที่ทำให้เราเลือกสายนี้...

ถามว่าแล้วผลการเรียนไม่ถึงพอให้เรียนสายนี้เหรอ

...เปล่า...ถึงอยู่แล้ว...

....เกรดเฉลี่ยห้าวิชาหลักของชั้น...

..อยู่ที่3.96..

เข้าสายนี้ได้สบายๆเลยล่ะ...

...แทบไม่ต้องพยายามอะไรเลย

ถามว่างั้นเครียดทำไมไม่เห็นจะมีอะไรต้องเครียดเลยนี่

...เครียดสิ..

....รู้มั้ยว่าห้องคิงอีกห้องกับเพื่อนๆน่ะได้เกรดเฉลี่ย5วิชาเท่าไหร่กัน..

...มีคนได้เกรดเฉลี่ย5วิชา 4.00 ร่วม70คนเชียวนะ...

....มันมากเกินไปจริงๆนะเนี่ย...

..คนพวกนั้นน่ะจะอยู่ห้องคิงม.4ได้หมดรึเปล่ายังไม่รู้เลย..

....แล้ว3.96อย่างเราล่ะ..

..คงไม่มีหวังได้อยู่ห้องคิงอีกต่อไปแล้ว..

....ไม่ไปอยู่ห้องควีนก็ห้องคละนั่นแหล่ะ..

..บ้าที่สุด..

ถามว่าอยู่ห้องควีนก็ไม่เห็นเป็นไรเลยงั้นเหรอ

..เป็นสิ..

บางคนอาจจะไม่เข้าใจ...

...การที่ถูกผลักจากที่เดิมที่เคยอยู่..

..กลิ้งมาอยู่ที่ใหม่ในระดับต่ำกว่าเดิมน่ะ...

...มันเจ็บปวดขนาดไหน....

ถามว่าถ้าไม่อยากอยู่ก็ไปสอบเข้าที่อื่นสิ

....เหอะ...

...สอบเข้าที่อื่นเรอะ...

...ที่ไหนล่ะ..

..เตรียมอุดมรึไง..

...ไม่มีทาง

แทบไม่ต้องคิดอะไรมากเลย...

...ไงๆก็เข้าไม่ได้หรอก...

...มันเกินจะเอื้อมจริงๆนั่นแหล่ะ

ถามว่าถ้าไม่ลองพยายามแล้วจะทำได้เหรอ

..ไม่พยายามรึ....ก็คงงั้น

...ชั้นไม่คิดจะพยายามตั้งแต่ต้นแล้ว...

..ถ้าพยายามแล้วมันไม่มีประโยชน์อะไรขึ้นมาน่ะ...

....มันก็สูญเปล่าทั้งหมดนั่นแหล่ะ..

...ถึงชั้นจะตัดสินใจไม่พยายามอีกต่อไปแล้ว

แต่เพื่อนคนอื่นๆเค้าพยายาม..

มีความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะสอบ....

...ตั้งใจเพื่ออนาคตที่ดี..

..ถึงขนาดเรียนพิเศษตั้งแต่เช้าจนเย็น

...ทำแบบฝึกหัดมากมายหลายเล่มเพื่อการนี้

มันเลยชวนให้คิดว่า..

....นี่เราจะไม่ทำอะไรเลยรึ

คนอื่นเค้าทำ

แต่ทำไมเราไม่ทำ

...ความรู้สึกมันตีกัน..

..หนึ่งคือความพยายามของเพื่อนที่ส่งผลกระทบต่อความนึกคิดถึงและสับสนแก่ตัวเอง

และสองคือการรู้ในสิ่งที่เป็นของตัวเอง การรู้ว่าเราเก่งแค่ไหนและไปไหวมั้ย

เรารู้ว่าเราไม่ได้ไม่พยายาม

..แต่รู้ว่าถึงพยายามแล้วก็คงทำไม่ได้

เราไม่ได้ประเมินตัวเองต่ำไปหรอก

เราดูจากความเป็นจริง

ในสิ่งที่เป็น

*****************************************

...เรื่องที่2...

....ทะเลาะกับเพื่อน..

ในวันเข้าค่ายสุดท้าย....

...ของม.3

แย่ชะมัด....

เรื่องมันเกิดได้ไง...

...เริ่มจากตรงไหน.....ทำไมถึงมาทะเลาะกันได้...

.....เรายังไม่รู้เลย...

อาจจะดูโง่ๆ....

....แต่เราไม่รู้จริงๆ

ตอนที่รู้ว่าทะเลาะกันนี่ก็เพราะ...

...เค้าเมินเรา...

...ทำท่าไม่สนใจไม่ได้ใส่ใจเรา...

...ทำให้เรารู้สึกโดดเดี่ยว...

...แต่ตามหลักนิสัยของเรา

เค้าเมินเรา เราก็เมินเค้า

ถ้าหาเรื่องมาเราก็หาเรื่องตอบ

นี่คือนิสัยของชั้น

...เพราะงั้น

หลายๆคนก็จะรู้สึกได้...

...ถึงความมาคุและบรรยากาศที่ไม่เหมือนเดิม

ต่างคนต่างเงียบต่างคนต่างทำเหมือนไม่เคยยุ่งเกี่ยวกัน

...เป็นการทะเลาะกันที่แปลกพิลึก..

ทั้งนี้ทั้งนั้น

วันที่ไปค่าย.....

มันมีการแสดงtalent show

คือแต่ละห้อง...

....จะต้องเตรียมการแสดง..

แล้วแสดงในค่ายนี้

ซึ่ง.....

...ห้องเรานั้น..

....ไม่ได้ใส่ใจจะเตรียมอะไรๆตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

เลยมาเตรียมเอาวันสุดท้าย

ทั้งๆที่มันเป็นค่ายสุดท้ายแท้ๆ...

ยังไงซะมันก็สมเป็นห้องเราจริงๆนั่นแหล่ะ...

...แต่...

การแสดงของห้องอื่นๆ...

...รวมทั้งน้องๆม.1 ม.2

มัน..ดีเหลือจะกล่าว...

...ยิ่งเห็นห้องอื่นๆแสดงไปมากเท่าไหร่...

..ก็ยิ่งอายมากเท่านั้น..

...ทุกๆห้อง เค้าตั้งใจมาก...

....ทั้งตั้งใจและออกมาดี...

...ต่างจากเราเหลือเกิน...

ยิ่งคิดยิ่งเครียด....

...เรามันเป็นคนเครียดง่ายมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

..แล้วเราก็ต้องแสดงด้วย..

...ไม่ต้องคิดให้เหนื่อยว่าการแสดงที่ตั้งใจเตรียมมาอย่างดี

กับการแสดงที่เพิ่งมาทำเอาวันสุดท้าย...

...อย่างไหนมันจะออกมาดีกว่ากัน...

..ตอนที่จะแสดงนั่นน่ะ

เหมือนความเครียดทั้งหมดมันถาโถม.....

...ความเครียดทุกเรื่องที่กล่าวมา....

...เข้ามาอยู่ในหัวทั้งหมด....

..ตอนนั้น

เราทนไม่ได้แล้ว...

..เราร้องไห้ออกมาเลย..

..ไม่พยายามกลั้นหรืออะไรทั้งสิ้นอีกต่อไปแล้ว.....

....ร้องจนลืมรอบข้างไปเลย....

จนทุกคนตกใจว่าทำไมเราถึงเป็นแบบนี้

ก็เลยให้เราพัก...ไม่ต้องฝืนแสดงอีก

..แล้วหาเพื่อนคนอื่นมาแทน....

หลังจากที่การแสดงของทุกห้องจบ...

นักเรียนทุกคนจะต้องไปรับของว่าง

ตอนที่เราเอาของว่างมาแล้วแบ่งกับเพื่อนกิน

เพื่อนที่ยังทะเลาะกันอยู่...

....ก็พูดอะไรบางอย่างออกมา....

....เค้าไม่ได้เห็นตอนที่เราร้องไห้

คำพูดของเค้า....

....แทบทำให้เราร้องไห้ออกมาอีกรอบ

แต่คราวนี้ยังดีที่อดทนเอาไว้ได้....

...พูดเหมือนกับว่า

ทำไมกัน? กะอีแค่แสดงละครแค่นี้ เครียดอะไรนักหนา..คนอื่นเค้าไม่เห็นเป็นกันเลย

ไม่รู้เหมือนกันว่า....

...สมองในตอนนั้น

คิดเป็นแต่ในแง่ร้ายอย่างเดียวรึไงมิทราบ...

หรือรู้สึกแย่จนไม่รู้จะรู้สึกยังไงแล้ว...

...เราวิเคราะห์คำพูดที่เพื่อนพูดนั้น...

ได้ใจความเหมือนด่ากันแรงๆ

.

.

.

ว่า "สำออย"....

.

.

.

จบกัน

หมดความรู้สึกที่อยากคืนดีแล้ว....

ปล่อยไว้เป็นแบบนี้.....

..ท่าจะดีกว่า....

.

.

หลังจากนั้น....

ก็เกือบวันเต็มๆ

ที่ยังเมินกันอยู่

ตอนที่ขึ้นรถ....

จะกลับกรุงเทพ.....

..รู้สึกเหมือนต่างคน..

..ต่างจะรู้ว่า..

จะโกรธกันเพื่ออะไร?

ทะเลาะกันไปทำไม?

จากนั้นก็ค่อยๆ..

ทำตัวเหมือนเดิม......

...อย่างที่เคยเป็น

เสมอมา....

.

จากตอนนั้น.....ในความคิดของเรา..

ก็คงจะคืนดีกันแล้ว....

...แต่เรายังรู้สึกแย่...

...แย่ตรงที่ว่าจนป่านนี้

...เรายังไม่รู้เลยว่า

ไปทำอะไรให้เค้าโกรธ...

เรารู้สึกเหมือนกับว่าเรามันเลวร้ายมาก....

...ที่ไม่เคยเข้าใจอะไรๆเลย...

ในความรู้สึกของเพื่อน...

จนทำให้เพื่อนเสียใจ

ชั้น...

คงจะเลวมาก...

..สินะ....

.

.

ค่ายสุดท้ายแท้ๆนะเนี่ย..

ต้องขอโทษด้วยจริงๆ....

*****************************************

ขอบคุณทุกๆคน...

...ที่ทนอ่านจนจบ...

แล้วก็...

ขอบคุณทุกความห่วงใยในเอ็นทรี่ที่แล้ว..

และขอโทษด้วย...

ที่ความห่วงใยและกำลังใจอัน"มีค่า"เหล่านั้น

กลับช่วยอะไรๆคน"ไร้คุณค่า"อย่างชั้น....

...ไม่ได้เลย...

*****************************************

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เอาเถอะค่ะ เราทำได้แค่นี้ก็ดีที่สุดแล้ว ถ้าคิดว่าเปรียบเทียบกับคนอื่นแล้วมันรู้สึกตําต้อย ก็อย่าไปเปรียบเทียบมันเลยนะคะ คนเราน่ะ ไม่เหมือนกันอยุ่แล้ว ทั้งหน้าตา ทั้งนิสัย คนเราถึงได้มีความแตกต่างยังไงล่ะคะ คนที่ไม่เคยเครียดอย่างเพื่อนพี่นํ้า จะไปเข้าใจได้ยังไงล่ะคะ อย่าไปถือสาเค้าเลย
ปล.สู้ๆนะคะ หายโดยเร็ววัน
ปล2.ถ้าหนูพูดผิดอะไรไปต้องขอโทดด้วยค่ะ

#1 By โอโคะจัง on 2007-03-11 17:17

สะดุ้งหว่ะ...รูปแก..กุกัว

เอาเถอะวะ เรื่องเรียน เกรดอย่างแก ชั้นดูคะแนนแล้ว...ควีนหว่ะ

แกจะทำใจรับมันได้ป่ะหล่ะ..??

ชั้นยังหลุด ชั้นถึงกระเสือกกระสนแทบตายอยุ่นี่ไง
เอาเถอวะ...

เรื่องค่าย ชั้นไม่รุว่อย ไม่ได้ไป
ไม่รู้ว่าเกิดไรขึ้น
แต่แกก็รู้ไม่ใช่รึไงว่าห้องเราก็เป็นกันแบบนี้แหละ

บางครั้งที่มันมีงานใหญ่ๆ ((ชั้นว่าทุกครั้ง)) มันต้องมารีบทำกันวันสุดท้าย

บางครั้งที่ทะเลาะกันใหญ่โต....
แต่สุดท้ายเราก็รักกันไม่ใช่รึไงวะ

รึแกว่าไม่จริง???

เรารักกันนะเว่ย
ชั้นรักแก....

แต่..

แกรักชั้นรึเปล่าล่ะวะ
แกเห็นชั้นเป็นเพื่อนรึเปล่าล่ะวะ???
เรื่องแรกนะครับ ... ผมก็ไม่รู้จะพูดอะไรให้เหมือนกัน หนึ่งเลยคือ ผมได้เกรดเฉลี่ยแค่ 3.8 เอง เพื่อนๆในห้องเกือบจะทั้งหมดได้ 4.00 แต่ถึงแบบนั้นผมก็ไม่คิดมาก สำหรับผมที่ไม่พยายามแล้วนั้นแค่นี้ก็โอเคแล้วฮ่ะ ผมไม่กลัวที่จะตกไปห้องควีน หรือห้องปกติ ผมไม่ได้ "ยึดติด" กับตำแหน่งหรือ ระดับของตัวเอง ไม่ว่าจะห้องไหนก็เหมือนๆกันนั่นแหละครับ ทุกคนมีความอุตสาหะทั้งนั้น จริงๆ อยู่ห้องรั้งท้าย แต่ถ้าตั้งใจ มีหรือที่จะได้เกรดต่ำน่ะฮ่ะ?

เรื่องสายเรียน ถ้าคิดว่านั่นเครียดแล้ว ผมล่ะ? ผมน่ะ เกลียดที่สุดคือเคมี ชีวะก็ไม่ชอบ ฟิสิกส์ก็แขยง คณิตนี่ก็ไม่อยากคิดเลย แต่ผมก็ต้องเรียนสายวิทย์ มีคนบังคับมั้ย? ไม่มีนะครับ ผมต้องทนทำร้ายตัวเองเรียนสายนี้ เพื่อจะหนีมันไปคณะที่ผมต้องการจะเข้าอย่างพวกอนิเมชั่นและเกมอะไรเทือกนี้ ผมน่ะไม่มีแม้กระทั่งฟางเส้นเดียว แต่ผมก็ต้องเรียนล่ะฮ่ะ ถ้าคิดว่าตัวเองเลวร้ายที่สุด ทนไม่ไหวแล้ว ลองคิดว่ายังมีคนที่แย่กว่าดูมั้ยฮ่ะ ? ถ้าเราทนไม่ได้ แล้วคนที่แย่กว่าเราไม่ไปกระโดดตึกฆ่าตัวตายเลยล่ะ ? ยอมรับในสิ่งที่จะเกิด แล้วก็เตรียมตัวรับมันดีกว่าจะมานั่งเสียอกเสียใจ

เรื่องเพื่อนนี่ก็ ... ผมไม่ขอพูดอะไรดีกว่า ผมไม่ใช่ทั้งคุน แล้วก็ไม่ใช่ทั้งเค้าด้วย ดังนั้นผมต่างไม่รู้เจตนาของคนทั้งคู่ที่ผิดใจกันหรอกนะครับ แต่ที่ผมอ่านมากน่ะ จะเก็บมาเครียดจนถึงตอนนี้เพื่อออะไรล่ะฮ่ะ ปรับความเข้าใจกันซะ ถึงจะเครียดกับมันมากแค่ไหน ก็ย้อนเวลาไปแก้ไขอะไรที่ผ่านมาไม่ได้หรอกนะครับ ...

ปล. เข้าใจนะครับว่าพูดง่าย แต่ทำยาก ไม่ว่าใครที่มีปัญหาน่ะ ถึงจะพูดยังไงก็ตีความไม่กระจ่างพอหรอก เอาเป็นว่า อย่าทำร้ายตัวเองด้วยความคิดของตัวเองเถอะครับ
ปปล. รูปสยองมากมายเลยฮ่ะ ผมว่า แทนที่จะวาดรูปแบบนี้ วาดรูปที่มันทำให้ตัวเองใจชื้นขึ้นมาหน่อยไม่ดีหรอฮ่ะ ??
ปปปล. ขอโทษทีที่พูดซะยาวเหยียดแต่ไร้ซึ่งสาระ =_=!! ถ้าผมพูดอะไรผิดไปก็ ... ขอโทษนะครับ อย่าเก็บคำพูดของผมไปคิดมากก็ได้ ...

#3 By unerase* on 2007-03-11 18:32

คงเป็นเพราะว่าคิดมากไปเองมากกว่านะ จริงๆแล้วเราก็เป็น เราก็จะขึ้นม.4เหมือนกัน เกรด3.70นี่ร.ร.เราถือว่าเก่งแล้ว เราแค่3.30เอง ร.ร.มันกดดันกว่า เด็ก4.00จริงมีไม่ถึง20คนหรอก
คงได้เข้าบล็อกเราแล้วสินะ เธอยังมีทางเลือกที่อยู่ห้องควีนได้มันก็ดีกว่า ถึงแม้จะบอกว่าอยู่ระดับต่ำกว่าเดิม แต่มันก็ยังอยู่ที่โหล่ไม่ใช่หรอ เราน่ะตอนที่อยู่ห้องต้นๆ ไม่เคยตกไปมากกว่าห้อง3 พอมาเข้าม.1ไปอยู่ห้อง5 ก็ทำใจไปหลายวันเหมือนกัน แต่ว่าสักพักก็ชินไปเองแหละ อย่าคิดมากเลยนะ

#4 By 佐伯くん ☆ Saeki on 2007-03-11 19:43

^
^
แก้นิด...

*แต่มันก็ยังดีกว่าอยู่ห้องบ๊วยไม่ใช่หรอ?

สู้ๆนะ กัมบัตเตะเนะ

#5 By 佐伯くん ☆ Saeki on 2007-03-11 19:45

เข้าใจความรู้สึกจ้ะ

พี่ก็คนนึงละ ตอนม.สามไปค่ายสุดท้ายกับเพื่อนในห้อง ห้องอื่นๆตั้งใจแสดง แต่ห้องพี่มันเกี่ยงกัน ทำให้อาจารย์ขายหน้า เครียดจนร้องไห้เลย แต่พี่โชคดีที่ว่า มีเพื่อนที่มันเข้าใจ.ทำให้งานจบอย่างดี...

อารมณ์เราคล้ายๆกัน คิดมาก รู้สึกรับผิดชอบ (ในบางเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องสนใจ) จนสุดท้าย..ก็คิดว่าตัวเองไร้คุณค่า

พี่ไม่บอกให้หนูสู้อะไรมาก ..แต่ใจเย็นๆ บางทีเราก็ต้องชะลอเวลาในตัวเราหน่อย..เศร้าก็ร้องไห้ เครียดก็ร้องไห้ จะได้สบายใจ

พี่จะสามสิบรอมร่อ ยังร้องไห้ ยังเครียด ยังบ้าๆบอๆอยู่เลย (แน่นอน..ยังวาดรูป อ่านการ์ตูน เลยไปถึงคอสเพลย์)
ทำเรื่องที่ชอบ สบายใจแล้วกลับมายิ้มนะจ้ะ

ป.ล พี่ติดใจบลอคหนูมาก น่ารักสุดๆเลยจ้ะ

ป.ล อีกที ตามมาจากบอร์ดพอคเกตจ้ะ

#6 By tawawakun on 2007-03-11 19:48

เห็นรูปแล้วอึ้ง...แต่ถ้าวาดแล้วสบายอารมณ์ก็วาดเถอะจ๊ะ(ฝีมือดีนะเนี่ย)

เราแนะนำว่าควรปรับเปลี่ยนความคิดตัวเองใหม่นะ อย่าไปยึดติดกับห้องคิง หรือเกรดอันอลังการ์ของเพื่อนอีก 70 คนเลย จงแข่งขันกับตัวเอง เชื่อมั่นในตัวเอง เลิกประเมินตัวเองในแง่ลบด้วย คุณทำเกรดได้ถึง 3.96 แต่คุณเหมือนจะสื่อว่าตัวเองไม่เก่งแล้ว มันอดหมั่นไส้เล็กๆไม่ได้ เหอๆ
ยังมีอีกหลายชีวิตนะค่ะ ที่เขาไม่เคยทำเกรดได้สูงขนาดนี้ และอีกหลายชีวิตที่อยากเรียนแต่ก็ไม่ได้เรียน...
ดังนั้นจงภูมิใจเกรด(ความพยายาม) ยินดีในโอกาส และชื่นชมกับความสามารถของตัวเองเถอะค่ะ
"ความจริง"ที่คุณเห็นตอนนี้คือ คุณอาจไม่เก่งในวิชาคณิต ฟิสิกส์ เคมี แต่ความจริงก็เปลี่ยนแปลงได้ ถ้าคุณตั้งใจจริง
และอยากให้คิดว่า ความรู้ความสามารถของเราไม่ได้วัดจากตัวเลขอย่างเดียวด้วย แต่วัดด้วยความรู้ที่เรามีอยู่ติดตัว อนาคตข้างหน้าเพื่อนคุณอีก 70 คนอาจจำสูตรพหุนามกำลัง 3 ไม่ได้แล้วก็ได้ ใครจะรู้
และการกลิ้งมาอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า แล้วมันไม่ดียังไงล่ะ มันกลับทำให้เรามีความมุ่งมั่นมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ ที่จะไปอยู่ในที่สูงและสูงกว่าเดิมด้วย
(แต่ยิ่งสูงยิ่งหนาวนะ หึๆ)
อีกเรื่องที่อยากให้รู้คือ ชีวิตการเรียน ม.ปลายในสายวิทย์คณิตน่ะยากน่าดูเลยทีเดียว ถ้าคุณคิดว่าฉันไม่ชอบวิชานี้ ฉันห่วยวิชานี้เพราะมันยากเกินกว่าฉันจะรับได้ อนาคตคุณก็ไม่เป็นต้องทำมาหากินอะไรเลยเชียว...
จำไว้ว่าเรียนในสาขาวิชาไหนมันก็ยากเหมือนกันทั้งนั้น มันอยู่ที่ความตั้งใจและความพยายามของเราแล้วล่ะ สิ่งแรกที่ควรมีคือ แรงจูงใจ ลองค้นหามันดู ถ้าหาไม่เจอ(เหมือนเรา) จงลบความคิดเชิงลบออกไป ความคิดที่ว่า "ยากขนาดนี้ฉันทำไม่ได้แน่ๆ" มาเป็น "ยากขนาดนี้ฉันต้องเข้าใจให้ได้" แล้วก็แบกหนังสือปากกาไปหาอาจารย์หรือเพื่อนที่เขาเข้าใจสอนให้ ยังดีว่ามานั่งเฉยๆปล่อยให้จิตมันฟุ้งซ่าน

เรื่องเพื่อน...เหมือนจะเป็นปัญหาใหญ่ในชีวิตวัยรุ่นเลยนะเนี่ย การแก้ปัญหาง่ายมากๆ(แต่ทำยากซะเหลือเกิน) คือ ปรับความเข้าใจกัน เคลียร์กันให้รู้เรื่องเลยว่ายังเคืองกันอยู่หรือเปล่า ไม่งั้นมันก็ค้างคา คิดไปเองเรื่อยๆ คนที่เป็นทุกข์คือคุณนะค่ะ เขาอาจจะไม่ได้คิดอะไรเลยก็ได้ ชิวไปวันๆ แบบนี้เราเสียเปรียบอยู่เห็นๆ

ที่มาคอมเมนต์ซะยาวเหยียด เพราะความคิดของคุณทำให้เราเป็นห่วง วัยของคุณยังไม่ถึงเวลาที่ต้องมานั่งคิดว่าตัวเองไร้ค่าหรอกนะคะ

ถ้าเขียนอะไรให้คับข้องใจก็ขอโทษนะคะ

#7 By kororo on 2007-03-11 20:01

[[ที่จะกล่าวต่อไปนี้คือความคิดเห็นของเราล้วนๆค่ะ ว่าอะไรไม่ดีออกไปขออภัยด้วยนะคะ]]
เรื่องแรก...เรื่องการเรียน
เข้าใจค่ะ วัยเรียนต้องผ่านอาการ"เครียดเพราะเรื่องเรียน"กันทุกคน ต่างกันที่เครียดมากเครียกน้อยเท่านั้นเอง ในกรณีนี้ การเลือกสายวิชา ถ้าคุณได้'เลือก'ไปแล้ว ก็อย่าลังเลสิคะ ชีวิตไม่มีคำว่าผิดอยู่แล้ว ชีวิตของเรานี่คะ เกิดมาก็ต้องเลือกเพื่อตัวเองหน่อย

เรียนไม่ได้?เรียนไม่ไหว?
เราเชื่อว่าคุณทำได้ค่ะ หากคิดว่าไม่ได้แต่ต้น ก็ไม่ได้ลองน่ะสิคะ ถึงจะเกิดการผิดพลาด ถึงจะล้มกลิ้งไม่เป็นท่า แต่คุณมีคนคอบหนุนหลังรับคุณอยู่นะคะ คนที่รักและจะคอยช่วยเหลือคุณไปตลอด คุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวในโลกไปนี้นะคะ

แล้วก็เรื่องห้องเรียน
การตกไปห้องควีนทำให้รู้สึกเหมือนถูกกีดกันออกจากเพื่อนๆสินะคะ แต่ในทางกลับกันนั้น เราว่าคุณโชคดีค่ะ ลองคิดในแง่ดีคือ คุณได้'โอกาส'ค่ะ โอกาสที่จะลองอยู่ในที่ที่แปลกไปจากที่ที่เคยอยู่ โอกาสที่จะได้ศึกษาความเป็นไปในสิ่งที่คุณเคยดูถูกมัน คุณมีโอกาสได้พบเพื่อนใหม่นะคะ ในขณะที่คนที่ได้เกรด4.00นั้นกลับได้เจอสภาพเดิมๆเพื่อนคนเดิมๆ แน่นอนว่ามิตรภาพแน่นแฟ้งขึ้น แต่ก็อยู่แค่นั้นล่ะค่ะ ถ้าคุณมีโอกาสได้พบเพื่อนใหม่ๆ สภาพความเป็นอยู่ใหม่ๆ คุณก็จะได้สัมผัส'โลก'ที่คุณจะต้องเผชิญในอนาคตได้ทั่วถึงไงคะ แถมมีคนที่จะช่วยเหลือในยามที่ต้องการมากขึ้นด้วยค่ะ
ลองมองให้ต่ำกว่าที่คุณเคยอยู่ มันไม่ได้แย่นักหรอกค่ะ ทุกคนช่วยเหลือ พูดคุย ได้เหมือนที่ๆคุณเคยอยู่ แล้วถ้าคุณอยู่ในที่ๆต่ำกว่าที่เคยอยู่แล้ว คุณอาจจะได้อยู่สูงกว่าคนอื่นๆในนั้นนะคะ

ที่สำคัญ
...ยิ่งอยู่สูงเวลาตกลงมาจะยิ่งเจ็บนะ...



เรื่องที่สอง....เพื่อน
ไม่มีใครเข้าใจคนอื่น100%หรอกค่ะ อยากให้คุณคิดว่าเรื่องที่เลาะกันนั้นคืออดีตค่ะ อ่านใจกันไม่ได้นี่ นั่งจับเข้าคุยกันมีประโยชน์กว่ากันเยอะ แถมเปิดใจบ้างก็ไม่ได้ทำให้อะไรเลวร้ายลงหรอกค่ะ ถ้าหากค้างคาใจมากก็ต้องถามนะคะ ถ้าไม่พูดคุยกัน ไม่ได้ถามก็ไม่มีคำตอบ ไม่มีวันเข้าใจกันหรอกค่ะ เพื่อนคือคนที่จะทำให้เราสบายใจนะคะ ไม่ใช่คนที่จะทำให้อึดอัพเวลาอยู่ใกล้ อยากให้คุณลองทำในสิ่งที่ไม่เคยทำเถอะค่ะ

#8 By Riren (124.120.110.200) on 2007-03-11 20:58

เห็นมั้ยวะ...ทุกคนเค้าเป็นกำลังใจให้แกนะเว่ย...

เกรดแกดีกว่าชั้นเยอะ... อย่าไปเครียดกะมันเลย...

ไม่ยิ้มก็ได้...แต่อย่าร้องไห้นะเว่ย..
กุเตะกระเด็นแน่..
"น้ำ" ที่ "หนาม" รุจักไม่ได้ อ่อนแอ..
น้ำจ้ะ พี่เป็นห่วงน้องจังเลย
เราอาจจะยังรู้จักกันไม่นาน แต่พี่ก็เป็นห่วงมากๆเลยนะ

พี่เคยผ่านช่วงเวลาแบบนี้มาแล้ว ช่วงเวลาที่รู้สึกว่าเหมือนอยู่คนเดียว เหมือนถูกทอดทิ้ง พี่เลยรู้ว่ามันบีบคั้นแค่ไหน

ตอนนั้นพี่เลือกที่จะปล่อยทุกอย่างเป็นไปตามทางมัน บางอย่างถ้าเรายื้อเกินไปมันก็ไม่มีความสุข
ลองเปิดรับใหม่ๆนั้นแล้วลดอคติดูบ้าง เรื่องห้องคิงห้องควีนมันก็แค่ห้อง สำคัญอยู่ที่ตัวเราเองไม่ใช่เหรอ

ส่วนเรื่องเตรียมอุดม ทางที่ดีก็คือ อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น เรารู้ตัวเองดีที่สุดนี่ มันเป็นการตัดสินใจของน้ำเองว่าควรหรือไม่ควรทำอะไร แต่พี่อยากบอกว่า ไม่มีความพยายามที่สูญเปล่าหรอก อย่างน้อยที่สุดน้ำก็ได้ประสบการณ์ของความพยายามล่ะนะ

น้ำจ้ะ ไม่มีคนที่ไร้คุณค่าหรอกนะ มีแต่คนที่ไม่รู้คุณค่าของตัวเองต่างหาก

เอ่อ...ถ้าพี่เม้นท์อะไรที่อาจจะทำให้น้ำโกรธพี่ก็ขอโทษนะจ๊ะ

หวังว่าน้องสาวจะดีขึ้นเร็วๆน๊า

ป.ล. ไม่อยากยิ้มก็ไม่ต้องฝืน ปิดห้องร้องไห้กับหมอนให้สบายใจดีกว่า (จริงๆนะ)

ป.ล. อีกที รูปน่ากลัว แต่สวยอ้ะ

#10 By +:+:+ミーピン+:+:+ on 2007-03-11 22:36

เราเองก็อยู่ม. 3 เหมือนกันค่ะ ไอ้ความรู้สึกสับสนเรื่องเส้นทางชีวิตก็มีเหมือนกัน ...ร้องไห้บ้างก็เป็นเรื่องที่ดี แต่เราจะเอาแต่คิดแง่ลบ แล้วนั่งร้องไห้คงไม่ไดหรอก เนอะ?!
ทำใจให้สบาย ไม่ต้องคิดมาก ......ความจริงเราเองก็ยังทำไม่ได้ล่ะ เพราะงั้นแนะนำไปคงไม่น่าเชื่อถือหรอก การที่ถูกผลักจากที่สูงลงที่ต่ำ อาจจะน่ากลัว แต่เราก็ทำอะไรกับมันไม่ได้หรอก ..'ต้องพยายามสิ!' ..อยากจะพูดเหมือนกันแต่ ก็ถูกอย่างที่น้ำพูดนะ ถ้าพยายามแล้วทั้งหมดมันสูญเปล่า ก็ไม่มีประโยชน์ ใช่ เราก็เห็นด้วย แต่น้ำจะปล่อยให้ความเครียดมันมาทับทมในตัว จนไม่เป็นอันทำอะไรไม่ได้นะ...เรายังเด็กๆกันอยู่ ชีวิตยังอีกไกล ต้องเจอคนอีกมากมาย คนอย่างเพื่อนของน้ำไงล่ะ ไม่ได้มีคนแบบเค้าแค่คนเดียวหรอกนะ คนเรามันแตกต่างกัน
อืมม ที่พูดมาไม่ได้อยากจะให้เข้าใจหรอกนะ เพราะเรื่องพรรค์นี้น่ะ คิดง่ายทำยาก โดยเฉพาะ คนที่น้ำแทบไม่รู้จักอย่างเราน่ะ ไม่ใช่อะไรที่น่าเชื่อถือนักหรอก...แต่เราก็ถือว่าน้ำเป็นเพื่อน..น๊ะ...จากบอร์ดปุริหรืออะไรก็คือเพื่อน
- อย่าถือโทษโกรธเคืองที่อาจพิมพ์ผิดไป(เยอะมาก) นะจ้ะ
-ตกใจรูป..จริงๆนะ

#11 By Tsukas@ on 2007-03-12 09:18

อ่านแล้วอึ้ง...

ถึงจะ ม.3 เหมือนกันก้อเถอะ เรียนก้อไม่ค่อยดีเท่าไหร่ (ไม่อยากพูดถึง - -*)
ส่วนเรื่องเพื่อน มันกระทบกระทั่งได้อยู่แล้ว (ถึงข้าพเจ้า จะไม่มีเพื่อนเป้นนตัวเป้นตน)
แต่ทุกคนก้อยังอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบไม่ใช่หรอ?
แต่อย่าโทษตัวเองมากนัก เครียดมากไม่ดีน้อ

สู้ๆ

#12 By jayvan on 2007-03-12 14:13

ขอโทษที่ไม่สามารถเม้นอะไรให้ได้
พูดไม่เก่ง ยิ่งเรื่องปลอบใจคนนี่ อย่ามาพูดถึงเลย เห้อ

แต่อยากให้พี่น้ำรู้ว่า "เป็นห่วงนะ" และ....

อยากได้พี่น้ำคนเดิมกลับคืนมา!!!!!!!!!

#13 By ....Chidori.... on 2007-03-12 14:29

น้ำเอ๋ยยยยย โทดทีเมื่อวาน
จาโทรปลอบแกซะหน่อยแต่ดันต้องไปทำฟัน รีบวางเฉยเลย
เอาล่ะ มาคุยกันเต๊อะ~~~~
1.เครียดรัยนักหนาก่าห้องควีนฟร้า!!!
แก เราได้ 3.8กว่าๆเกือบ 3.9
เทียบกับคนห้องเราที่ได้4กันเกือบหมดแล้วก้ดูเปนไอ้หน้าโง่ แต่ว่า
เมื่อก่อนเราก้เครียดนะ แต่เด๋วนี้ก้พยามไม่คิดมาก เหตุผลง่ายๆเลยคือเรา"ไม่ลอกข้อสอบใคร" ทำได้แค่ไหนแค่นั้น ออกมาไงเราก้ไม่เสียใจอยู่แล้ว ถึงสมองเราจามีน้อยกว่าเพื่อนๆในห้อง
แต่ศักดิ์ศรีเรามีมากกว่าคนหลายๆคนในห้องอย่างแน่นอน
แกทำเต็มที่อย่างมีศักดิ์ศรีแล้วก้ไม่ต้องคิดมาก อย่างน้อยมีชั้น1คนที่ยังอ่อนกว่าแกละกัน โอเค๊ ^^ บางทีอยู่ไปเราอาจจามีความสุขจากที่สูงๆที่เราเคยอยู่แกได้นะ....
2.เรื่องทะเลาะกับเป้
ไม่ได้ทะเลาะกันซะหน่อย!!!!!!!!!!
คนนอกขอยืนยัน เราว่าแกลองไปคุยก่าเป้จิงๆเหอะแร้วแกจาได้คำตอบเอง เรียนจบแต่มิตรภาพจะจบ??
อย่าให้เปนอย่างงั้นเรยแกลองคิดดูและกันว่าที่ผ่านๆมาแกทำอะไรบ้าง
ไม่ได้ให้โทดตัวเอง
เราก้ไม่ได้โทดแก ไม่ได้โทดใครๆ
อยากให้ลองคิดดูซักนิด สายตาของเราคิดว่าเหตุการนี้ไม่มีใครผิดนะ ไม่รู้ดิ >< >.<
สุดท้ายนี้เปนกำลังใจให้ อะไรที่ผ่านมาแล้วก้แก้ไขอะไรไม่ได้
ทำได้คือการมานั่งนึกถึงมันทีหลัง
แต่จะนึกถึงแบบไหนล่ะ...
เสียใจ???
เจ็บใจ???
หรือภูมิใจกับมัน????
อันนี้มันขึ้นอยู่กับความคิดความรู้สึกของเราอย่างเดียวแล้วล่ะ^^

#14 By ~~Chom~~ (58.8.133.96) on 2007-03-12 17:00

อ๊าคคค คอมเมนต์แต่ละคนยาวชะมัดเลยแฮะ =w='

อ่านะ~ น้ำจัง เราเองก็มีปัญหาเรื่องเรียนเหมือนกัน เราเรียนวิทย์ผ่านมาปีนึงแล้วแต่ด้วยความที่ไม่ใส่ใจตัวเอง การเรียนก็เลยแย่ลงจากหน้ามือเป็นหลังมือ ตกตั้งหลายวิชา นี่ถ้าไม่แก้เอาคะแนนก่อนหน้านี้ยิ่งแย่ใหญ่ ตกรวดมันทุกวิชาแหงตู -*-

เอานะ ก็ยังดีกว่าเกรดได้น้อยละนะ ไม่ได้อยู่ห้องคิงก็ไม่เป็นไร แค่ได้เรียนยังดีซะกว่า คิดดูสิ มีอีกหลายคนที่เรียนแย่กว่าน้ำเค้ายังดิ้นร
นเรียนต่อได้ มีการมีงานทำ คนไม่ได้อยู่ห้องคิงแต่เป็นเศรษฐีด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวเองบนโลกนี้ก็มีนี่นา

"เวลาที่เราท้อ ขอให้คิดถึงคนที่ด้อยกว่าเราเพื่อเป็นกำลังใจ และเตือนตนเองว่าอย่างน้อยเราก็มีดีกว่าหลายๆ คน แต่ยามใดที่เรามีไฟขอให้ดูคนที่เก่งกว่าเราเป็นตัวอย่าง เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการที่จะได้ฝีมือเสมอเหมือนเค้า"

คือเราคิดอย่างงี้อ่าเน่อ~ เอานะ เครียดมากมายก็หันมาวาดรูปดีกว่าน้ำจัง ชมรมแฟนอาร์ตเล็กๆ (แต่เต็มไปด้วยคอมเมนต์ล้านอักษร) แล้วก็เพื่อนๆ แฟนอาร์ตทุกคนยังอยู่ข้างน้ำเสมอ สู้ๆ นะ


ส่วนเรื่องเพื่อนอ่ะ ให้เวลาเป็นเครื่องตัดสินดู ดูความเป็นไปและความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนกับเราสักระยะ หันมามองโลกในแง่ดี เลิกคิดกังวลบางเรื่องแล้วจัดการทำอะไรที่เราอยากทำซะ อะไรๆ ก็ดีขึ้นเอง ฮี่ๆ~

#15 By กานต์โกะ (58.147.89.246) on 2007-03-12 21:36

คอมเมนต์จากคนแปลกหน้า ... ซักอันนะคะ

หลงมาโดยบังเอิญค่ะ ปกติก็ไม่ได้คอมเมนต์ใครใน Exteen เลย แต่ว่าครั้งนี้ขอสักครั้งนะ

คุณเป็นคนมีพรสวรรค์ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวาดรูป หรือเรื่องการเรียน ... เกรด 3.96 นี่ไม่ได้แค่ถือว่า "เรียนดี" แล้วค่ะ ถือว่ายอดเยี่ยมได้เลยนะ

อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นค่ะ เพราะว่าชีวิตเป็นของตัวเราเอง ถ้าคุณเรียนจบ ตอนนั้น "เกรด" ก็ไม่มีค่าแล้วล่ะ ขึ้นอยู่กับตัวคุณเองทั้งหมดว่าจะไต่ขึ้นไปตามทางเดินของงานได้มากเท่าไหน

อยากจะเป็นกำลังใจให้ค่ะ คุณยังสามารถยิ้มได้ ยิ้มให้กับตัวเอง ยิ้มให้กับเรื่องรอบๆ ตัว อนาคตเราจะเจออะไรมากกว่านี้ ที่หนักกว่านี้ เรื่องนี้คงจะเป็นเรื่องเล็กๆ ไปเลยนะคะ

ลองมองกลับในอีกแง่นะคะ ถ้าคุณอยู่ห้องคิงแล้วมันทำให้คุณต้องแข่งขันกับคนอื่นมากขึ้น เครียดมากขึ้น แล้วก็ต้อง "ดีที่สุด" ... หากคุณได้อยู่ในจุดที่คุณสามารถ "เป็นตัวของตัวเองได้" โดยที่ไม่ต้อง "ดีที่สุด" ... ก็อาจจะดีกว่าที่เป็นอยู่นี้ได้ค่ะ

เป็นกำลังใจให้นะคะ

#16 By B0n3Kitt3n on 2007-03-12 22:23

อา....เข้าใจดีแทบจะทุกเรื่อง

ถึงคอมเมนต์นี้จะไม่ได้ช่วยอะไร แต่คนเขียนก็อยากจะเขียนค่ะ

เกรด3.96 ดีกว่าคนบางคนแถวนี้โขเลยนะคะ อย่าเปรียบเทียบกับคนอื่นดีกว่า เปรียบไปก็ยิ่งเครียดเท่านั้น ชีวิตมีเรื่องราวอีกเยอะ ถึงจะได้อยู่ห้องควีน ก็ต้องยอมรับ ตัวเองทำได้ขนาดไหนก้เอาแค่นั้น แล้วก็พยายามแข่งกับตัวเองให้ดียิ่งขึ้น จงพอใจที่ตัวเองสามารถยืนหยัดมาถึงขนาดนี้ได้เพราะตัวเอง เราไม่ได้ไปทุจริตใครนิคะ

ส่วนเรื่องเข้าค่ายแล้วทะเลาะ....อันนี้เข้าใจอย่างถ่องแท้ เพราะเราก้เคยเจอมาแล้ว ทะเลาะกับเพื่อนก่อนปิดเทอมป.6 ไม่คุยกันร่วม 3 เดือน มาคืนดีกันไอ้วันสุดท้าย....แต่มันยังคาใจ....คาใจที่ ไม่ได้บอก"ขอโทษ"เค้าเลย แล้วอย่างงี้ มันคืนดีกันแน่เหรอ เค้าแค่บอกว่าไม่โกรธแล้ว คืนดีกันเถอะ....อยากจะพูด แต่ไม่กล้า... มันอึดอัดใช่มั้ย
เรื่องร้องไห้ เจอว่าแบบนั้น พยายามไม่คิดอะไรมาก ก้เค้าไม่รู้นี่นาว่าเราเป็นอะไร อย่าเพิ่งสนใจเลยดีกว่า เรารู้เหตุผลตัวเราดี คนอื่นไม่รู้ จะมาว่าเราเราก็ไม่ได้เป็นแบบที่เขาพูดสักหน่อย โลกนี้มันไม่สมปรกอบ เกิดมาต้องผ่านเรื่องแบบนี้กันทั้งนั้น

พยายามเข้านะคะ เราพูดอะไรไม่เข้าท่าก็ต้องขอโทษด้วย

#17 By ※Bright_Floeright※ on 2007-03-13 15:37